ดูหนังพระนเรศวร

ดูหนังพระนเรศวร ตำนานสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช ภาค ๓ ยุทธกองทัพเรือ (2554)

ดูหนังพระนเรศวร การประกาศเอกราชที่เมืองแครง แล้วก็ฆ่าสุระกำมาเหนือยุทธภูมิฝั่งแม่น้ำสะโตงของ “สมเด็จพระพระราชามหาราช” (สมเด็จพระกษัตริย์) ในปีพ.ศ. 2127 ได้สร้างความผวาแก่ “พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง” องค์กษัตริย์หงสาวดีท่านใหม่ ด้วยเกรงว่าการขัดขืนของอยุธยาในคราวนี้จะเป็นเยี่ยงอย่างให้เหล่าเจ้าอาณานิคมที่สังกัดหงสาวดีอาศัยลอกตั้งตัวเอาใจออกห่างตาม แต่ว่ากระทั่งใจด้วยติดพันศึกอังวะ

ก็เลยต้องส่งเพียงแต่กองทัพ “พระยาพะสิม” และก็ “พระผู้เป็นเจ้าจังหวัดเชียงใหม่” เข้าติดกรุงศรีอยุธยา ทางหนึ่งนั้นพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงทรงประมาทสมเด็จพระพระราชา ด้วยมีความเห็นว่ายังอ่อนพระอายุอาจไม่บางทีอาจต่อกรผู้นำกองทัพผู้ชาญณรงค์ทั้งคู่ได้ ทางหนึ่งก็สำคัญว่ากรุงศรีอยุธยายังระบมแต่ว่าคราวการทำศึกเสียกรุง ไพร่พลของกินยังไม่บริบูรณ์คงจะยากจะรักษาเมืองหลวง

ตอนนั้นประเทศพม่ามอญชูเข้ามาเป็นศึกขนาบถึง 2 ทาง ดูหนังพระนเรศวร  กองทัพพระยาพะสิมชูเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์เลยล่วงเข้ามาถึงดินแดนสุพรรณ ส่วนพระผู้เป็นเจ้าจังหวัดเชียงใหม่-นรธาเมงสอมาจากทางด้านเหนือ นำกองทัพบุกลงมาตั้งแคมป์ถึงที่หน้าบ้านสระเกศา ตำบลเมืองจังหวัดอ่างทอง

ดูหนังพระนเรศวร

ชื่อเสียงการชนะศึกของสมเด็จพระพระราชาบ่อยหลายคราเลื่องลือไกลถึงแผ่นดินแถว “เจ้ากรุงแถว” ไม่ได้ทอดธุระ ได้ลอบส่งจารชนคนจีนความสามารถกล้านามว่า “พระยาจีนจันตุๆ” มาลอบสืบความที่กรุงศรีอยุธยาแต่ว่าโดนจับพิรุธได้กระทั่งจำเป็นต้องลอบตีสำเภาหนีกลับกรุงบริเวณ สมเด็จพระกษัตริย์ทรงนำทัพเรือออกตามกระทั่งกำเนิดยุทธกองทัพเรือ แม้กระนั้นพระยาจีนจันเหม็นตุหนีพ้นได้ เมื่อเจ้ากรุงบริเวณได้รู้เกียรติคุณการณรงค์ของพระกษัตริย์ก็เลยแปลงใจหันมาสานความเป็นมิตรกับอยุธยา และก็ส่ง “พระศรีทองคำราเชนทร์”

ผู้น้องชายมาช่วยอยุธยาทำศึกสงครามหงสา แม้แต่ว่าพระศรีทองคำผู้นี้แตกต่างจากเจ้ากรุงบริเวณเนื่องจากหาอยากพึงพอใจผูกไมตรีด้วยอยุธยา การได้พระศรีสุพรรณฯ มาเป็นเพื่อนศึกก็เลยดังอยุธยาได้มาซึ่งหอกข้างแคร่ตำนานสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช ภาค ๔ ศึกนันทบุเรง (2554)ผลจากการพ่ายของหงสาวดี

ในคราวศึกพระยาพะสิมรวมทั้งพระผู้เป็นเจ้าจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทำให้พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงทรงใส่ใจในพระความสามารถสามารถของสมเด็จพระกษัตริย์ รวมทั้งในความแข็งแกร่งของกองกองทัพอยุธยา ก็เลยทรงยกพลใหญ่เป็นกองทัพกษัตริย์มาย่ำยีราชบุรีไทย

กองทัพกษัตริย์ของพระผู้เป็นเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงมีความสมบูรณ์ยิ่งใหญ่น่าเคารพกว่าทุกศึก มีช้าง 3,200 กองทัพม้า 12,000 แล้วก็ขี้ข้าราบซึ่งมีปริมาณถึง 252,000 โดยมีนายกองทัพผู้ความรอบรู้สามารถมาร่วมรบ ทั้งยังพระมหาอุปราชา มังจาปะโร และก็ลักไวทำมูทหารกล้า โดยพระผู้เป็นเจ้าหงษาวดี

ตั้งกองทัพหลวงทางทิศตะวันตกเฉเหนือที่ขนอนปากคู กองทัพมังมอดราชบุตร์กับพระยาพระรามตั้งที่ทุ่งมะขามหย่อง กองทัพพระยานครตั้งที่ปากน้ำพุทธเลา กองทัพนันทสูตั้งที่ขนอนบางลาง กองทัพพระผู้เป็นเจ้าโคนงอูตั้งทุ่งชายเคือง กองทัพพระมหาอุปราชาตั้งที่ขนอนบางตะทุ่งนาว

เสียงยกย่องความโหฬารน่ายำเกรงของพระผู้เป็นเจ้าหงสาที่ยกกองทัพเข้ามานี้

เมื่อไทยมีความคิดเห็นว่าเป็นศึกใหญ่เหลือสติกำลังจะต่อสู้เอาไชยชนะได้กลางแปลง ก็เลยเอานครหลวงเป็นป้อมให้ต้อนคนเข้าเมืองหลวง จัดกองทัพเป็นกองมิจฉาชีพรอท่องเที่ยวตัดลำเลียงเสบียงศัตรูอยู่ทุกที่ที่ต้องการ

การปกป้องเมืองหลวงตอนนี้ให้ขุดลำแม่น้ำเป็นคูเมืองหลวงทางทิศตะวันออกเสร็จ ก่อกำแพงด้านทิศตะวันออก ขยายลงไปจนถึงชายน้ำเช่นเดียวกับด้านอื่นๆตั้งปืนใหญ่ประจำป้อมแลกำแพงแข็งแรงแบบเดียวกันหมดทุกด้านมีปืนใหญ่น้อยลูกกระสุน ดูหนังพระนเรศวร ดินดำแล้วก็เครื่องศัยี่ห้อวุธเสบียงบริบูรณ์ เสบียงที่จะขนเข้าเมืองหลวงมิได้ก็ให้ทำลายเสีย ไม่ให้เป็นอันมากแก่ศัตรู

ในตอนต้นเดือนยี่ข้าวในนายังเกี่ยวไม่เสร็จ สมเด็จพระพระราชาก็เลยพูดให้เจ้าพระยาจังหวัดกำแพงเพชรยกพลออกไปคุ้มครองปกป้องกสิกรที่กำลังเกี่ยวข้าว พอเพียงกองทัพประเทศพม่าของพระมหาอุปราชยกกองทัพมาถึงก็ให้กองทัพม้าเข้าตีจนถึงกองทัพเจ้าพระยาจังหวัดกำแพงเพชรแตกปราชัยหนีเข้าเมือง สมเด็จพระกษัตริย์ทรงพิโรธเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าไทยไม่เคยแตกพ่ายต่อศัตรูอาจจะก่อให้ทหารขวัญหนีดีฝ่อ ท่านก็เลยมีพูดประหารเจ้าพระยาจังหวัดกำแพงเพชร แต่ว่าโชคดีที่มณีจันทร์ได้ขอชีวิตเอาไว้

ดูหนังพระนเรศวร

การต่อสู้คราวนี้เมียนมาร์หมายมั่นปั้นมือจะตีกรุงศรีอยุธยาให้ได้ แม้กระนั้นด้วยความแข็งแกร่งของทหารไทยก็เลยรักษาป้อมปราการเอาไว้ได้เสมอ เสด็จออกชิงทรัพย์ค่ายประเทศพม่าซึ่งเป็นทัพหน้าของหงสาวดี ศัตรูแตกพ่ายแพ้ถอยหนี ท่านก็เลยไล่ตีมาจนกระทั่งค่ายของมังจาปะโร เสด็จลงจากม้าคาบพระแสงสว่างกระบี่แล้วนำทหารไต่บันไดขึ้นกำแพงศัตรู แม้กระนั้นทรงถูกมังจาปะโรใช้หอกแทงตกลงมาด้านล่าง สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์ก็เลยสั่งให้เลิกกองทัพกลับนครหลวงในทันที

พระผู้เป็นเจ้าหงสาวดีทรงรู้พฤติกรรมอันห้าวหาญของสมเด็จพระกษัตริย์ก็เลยพูดว่า ถ้าหากพระกษัตริย์ออกมาอีกจำเป็นที่จะต้องจับท่าน ให้ได้แม้กระทั่งใช้ทหารมากมายก่ายกองแค่ไหน ก็เลยมีกล่าวให้ลักไวทำมูนำทหารไปจัดแจงพระพระราชาในทันที สมเด็จพระกษัตริย์ทรงออกไปตีค่ายหลวงประเทศพม่าอีก

ประเทศพม่าก็เลยใช้ทหารล่อให้พระองค์ไล่ตี เข้ามาจนกระทั่งรอบๆที่ลักไวทำมูซุ่มรออยู่ ลักไวทำมูจะเข้ามาจับท่าน สมเด็จพระพระราชาก็เลยใช้พระแสงสว่างทวนแทงลักไวทำมูตายในทันที ในที่สุดกองทัพประเทศพม่าก็เลยถอนทัพกลับกลับไป ช่วงเวลาเดียวกันพระราชมนูยอดทหารเอกกรุงศรีก็โดนจับตัวไป

เป็นนักโทษตำนานสมเด็จพระพระราชามหาราช ภาค ๕ ยุทธหัตถี (2557)
ในปีพ.ศ. 2129 ท่านก็เลยทรงเคลื่อนพลใหญ่เป็นกองทัพกษัตริย์ไพร่พลกว่า 2 แสนข้ามเขตเข้าตีกรุงศรีอยุธยาหมายชิงคืนเป็นเมืองขึ้น ดูหนังพระนเรศวร คราวนั้นสมเด็จพระพระราชาทรงใช้นครหลวงเป็นยุทธภูมิรับศึก และก็วางที่มีความสำคัญในการรบตั้งรับในเชิงรุก เป็นไม่ทรงปลดปล่อยให้กองทัพหงสาที่ล้อมกรุงเป็นฝ่ายรุกรบแต่ว่าฝ่ายเดียว แต่ว่าทรงแต่งโจรบุกชิงทรัพย์ค่ายศัตรูให้จำเป็นต้องกลายเป็นฝ่ายตั้งรับจนกระทั่งไม่บางที

อาจรุกเข้าเหยียบถึงคูนครหลวง เมื่อล้อมกรุงนานเข้า กองทัพหงสาวดีก็ขาดเสบียงกรัง สมเด็จพระกษัตริย์ก็ทรงนำเรือปืนขึ้นไปยิงกระหน่ำค่ายหลวงพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงจนถึงประเทศพม่าแตกโกลาหล ผู้นำกองทัพประเทศพม่าบาดเจ็บหนักมากถึงกับเสียพระสิริโฉมรวมทั้งพิการ เมียนมาร์จำเป็นต้องถอนทัพกลับหงสาวดี รวมทั้งขณะเมื่อค่ายหลวงประเทศพม่าแตกนั้น “เธอเลอขิ่น” (อินทิรา ก้าวหน้าปุระ) ก็ได้ช่องช่วย “พระราชมนู” (นพชัย ชัยนาม) จากผูกมัดคืนเข้าอยุธยาได้

พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงทรงแค้นเคืองที่จำเป็นต้องแพ้ต่อสมเด็จพระพระราชาอย่างสั้นๆยยับ ก็เลยระบายความแค้นนั้นไปที่องค์ “พระทองคำกัลยาณี” (เกรซ มหาดำรงค์กุล) ซึ่งกลายเป็นองค์รับรองอยู่หงสาด้วยอารมณ์รักและก็โกรธแค้นผสมกัน ท่านได้เป็นชู้พระพี่นางพระกษัตริย์แล้วก็ยังรังแกพระนางถึงตกพระเลือด เมื่อ “สมเด็จพระมหาธรรม-ราชา” (ฉัตรชัย ส่งแสงพานิช) พระราชพ่อรู้ความก็ให้โศกเศร้า

ด้วยสำนึกว่าเคราะห์กรรมของลูกหญิงและก็แผ่นดินของอยุธยา ทั้งยังพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะต้องกลายเป็นเบี้ยล่างให้หงสาวดีทำการย่ำยีก็ด้วยเป็นด้วยเหตุว่าท่านทรงไม่ซื่อตรงไปเข้าข้างศัตรู อยู่มาสมเด็จพระมหาธรรมราชาก็ระทมใจเสด็จสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระกษัตริย์ก็เลยเสด็จขึ้นครองราชย์ครอบครองกรุงศรีอยุธยาสืบต่อจากพระราชพ่อ

ข่าวสารการเปลี่ยนพระเจ้าแผ่นดินของอยุธยาทราบไปถึงพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง ท่านสำคัญว่าแว่นแคว้นไทยจะไม่ปกติสุข เป็นช่องเชื้อเชิญชิงเชิงก็เลยโปรดให้ “มังสามเกียด” (นภัสมือ มิตรเอม) อุปราชเจ้าวังหน้ากรีฑากองทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำรบ ตอนนั้นสมเด็จพระกษัตริย์ทรงดำริจะนำกำลังออกไปรับศึกถึงหนองสาหร่ายดินแดนเมืองสุพรรณ ด้วยมีความคิดเห็นว่ากองทัพพระมหาอุปราชานั้นถึง

จะมากมายด้วยกำลังกองทหารแต่ว่าทหารที่หลักเกณฑ์มาหากไม่เยาว์ด้วยวัยวุฒิก็ชราภาพ กำลังพลไม่ได้อดทนเช่นกองทัพพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง ข้างพระมหาอุปราชานั้นเคลื่อนพลเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ผ่านลงมาถึงเมืองจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้แม้กระนั้นเมืองไม่ ให้ไพร่พลออกท่องเที่ยวลาดหาจับผู้คนก็มิได้ ก็เลยยกทัพล่วงลงมาปักค่ายที่แอ่งตะราง

ข้างสมเด็จพระกษัตริย์ทรงโปรดให้พระราชมนูแต่งพลเป็นทัพหน้าขึ้นไปมองกำลังศัตรูถึงหนองสาหร่าย ทัพหน้าพระราชมนูปะทะกับกองทัพเมียนมาร์ถึงขนาดรบ แม้กระนั้นกำลังข้างพระราชมนูน้อยกว่าก็เลยแตกปราชัยถอยลงมาเป็นโกลาหล สมเด็จพระกษัตริย์รู้ความก็เลยคิดอุบายให้กองทัพศัตรูไล่

เตลิดเปิดเปิงลงมากระทั่งเสียกระบวนแล้วจึงทรงนำกำลังออกยอกองทัพศัตรู คราวนั้นช้างทรงของสมเด็จพระกษัตริย์เป็น “เจ้าพระยาไชยานุภาพ” และก็ช้างทรงของสมเด็จพระเอกาทศรถยนต์เป็น “เจ้าพระยาปราบไตรจักร” ต่างตกมันวิ่งร่าเบกพลฝ่าเข้าไปในกองทัพประเทศพม่ามอญ ไพร่พลข้างอยุธยาตามไม่ทันช้างทรง จะมีก็เพียงแค่พลจุกช่องล้อมข้างที่โดยเสด็จไปทัน

ช้างทรงของสมเด็จพระพระราชาและก็สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์ฝ่าเข้ามากึ่งกลางวงล้อมศัตรู

แล้วก็มาหยุดอยู่หน้าช้างพระมหาอุปราชา สมเด็จพระพระราชาก็เลยประกาศท้าทายอุปราชหงสาให้ออกมากมายระทำยุทธหัตถีให้เกิดเป็นเกียรติแก่แผ่นดิน ด้วยชาติขัตติยมานะ พระมหาอุปราชาก็ไสพระช้างทรงออกทำคชยุทธด้วยสมเด็จพระกษัตริย์ เวลาที่พระคนดูแล “มังจาปะโร” (ชลัฏในจังหวัดสงขลา) ได้ออกทำยุทธหัตถีกับ

“สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์” (พันเอก วินธัย สุวารี) สัประยุทธ์กันเป็นสองคู่ ตอนท้ายสมเด็จพระมหาอุปราชาก็พ่ายแพ้ตายด้วยคมง้าวของสมเด็จพระกษัตริย์ ดูหนังพระนเรศวร ข้างมังจาปะโรก็แพ้แก่สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์ตายกับคอช้าง กองทัพหงสาก็มีอันพ่ายแพ้จำต้องถอนทัพกลับนำพระศพพระมหาอุปราชาคืนสู่นครหงสาวดี

ดูหนังพระนเรศวร

ตำนานสมเด็จพระพระราชามหาราช ภาค ๖ อวสานหงสา (2558)
พุทธศักราช 2135 ข้างหลังพ่ายแพ้ “ศึกยุทธหัตถี” ข้างหงสาวดี “พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง” (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ทรงโศกเศร้าที่จำต้องสูญเสียโอรส ก็เลยมีตรัสให้คลอกไฟเหล่าแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จ “พระมหาอุปราช” (นภัสมือ มิตรเอม) ให้ตายตกตามกัน อีกทั้งระบายพระความฉุนเฉียวไปที่ “พระทองคำนางงาม” (เกรซ มหาดำรงค์กุล) องค์รับรองรวมทั้งโอรสบุตรสาวถึงสวรรคตชีพ

ข้าง “สมเด็จพระกษัตริย์” (พันโท วันชนะ สวัสดี) นั้น มีความต้องการจะนำกองทัพปราบหงสาวดีให้ราบคาบไม่ให้หลงเหลือเป็นปรปักษ์ ครั้นเมื่อมาได้รู้ข่าวสารการตายของพระพี่นางและก็พระราชหลานก็ยิ่งเสียใจ ก็เลยวินิจฉัยใจยกกองทัพใหญ่ หมายเหยียบหงสาวดีให้ราบเป็นหนังกลอง ในขณะที่เดินทาง

มาถึงเมืองเมาะตะมะได้จับ “พระยาลอ” ผู้สำเร็จราชการแทน ที่ “พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง” ส่งให้มาดูแลเมือง ถูก “เม้ยมะนิก” (เต็มฟ้า กฤษณายุยงธ) ราชธิดาของ “ศรีสุธรรมราชา” เจ้าผู้ครองเมืองเมาะตะมะลอบฆ่าเพื่อล้างแค้นแทนพ่อ พร้อมเก็บรวบรวมชาวมอญเพื่อสมัครใจขอร่วมรบประเทศพม่ากับชาวอโยยา

แม้กระนั้นครั้นเมื่อกองทัพของท่านเสด็จถึงหงสาวดีก็เจอแต่เพียงเศษซากของมหานครอันเคยยิ่งใหญ่ ด้วย “นัดหมายจินหน่อง” (นาวาอากาศโทต้องเจต วัแก่ความสนุกสนาน) ราชลูกพระผู้เป็นเจ้าโคนงอูได้วางอุบายชักชวนพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงพร้อมต้อนผู้คนแลสมบัติพัสถานศฤงคารของหงสาไปไว้ยังโคนงอูจนกระทั่งหมดเกลี้ยงคราวนั้นสมเด็จพระพระราชาก็เลยทรงเคลื่อนพลตามขึ้นไปถึงเมืองโคนงอู

มีพระราชบัญชาการให้ “เมงเยสีหตู” (นิรุตติ์ ศรีจรรยา) eslblogcafe  เจ้าผู้ครองนครส่งตัวพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงออกมามอบให้ ด้านนัดหมายจินหน่องมีความเห็นว่าพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงที่เชื้อเชิญมานั้นเป็นภัยชักศึกเข้าบ้านก็เลยหมายยืมมือสมเด็จพระกษัตริย์ฆ่าพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงเสีย แต่ว่าเมื่อสมเด็จพระพระราชาได้ชมมองเห็นพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงที่ทรงพิกลพิการทุพพลภาพเป็นที่น่าเวทนาก็ให้เศร้าใจใจ ระหว่างนั้น

“เมงราชาญี” (รณ ฤทธิชัย) เจ้าผู้ครองเมืองยะไข่ได้แต่งกองทัพเป็นกองมิจฉาชีพตีลัดตัดเสบียงกรังอยุธยาไม่ให้ส่งข้าวน้ำขึ้นไปเลี้ยงกองทัพที่ล้อมนครหลวงโคนงอูอยู่ “สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์” (พันเอก วินธัย สุวารี) ก็เลยแบ่งกองทัพลงมาหมายจะกำราบยะไข่ไม่ให้เป็นหอกข้างเเคร่ แม้กระนั้นทรงเสียท่าถูกเมงราชาญีจับตัวได้ พระราชมนูจำเป็นต้องอาสานำกำลังลงมาแก้เอาสมเด็จพระเอกาทศ

รถยนต์คืนกลับ รวมทั้งยกพลกลับยังอยุธยาข้างข้างประเทศพม่านั้นได้เกิดขึ้นกษัตริย์ชายชาตรีขึ้นมาแทนพระผู้เป็นเจ้าชนะสิบด้านมีชื่อว่า “พระผู้เป็นเจ้ายองยาน” ตามชื่อนครหลวงที่ดูแล พระผู้เป็นเจ้ายองยานทรงขยายแสนยานุภาพครอบคลุมดินแดนเมียนมาร์ตอนบน ยึดครองหัวเมืองในเมืองไทยใหญ่

ทั้งหลายแหล่ รวมทั้งทรงกรีฑากองทัพเข้าตีบ้านตีเมืองยองห้วยแล้วก็เมืองแสนหวีซึ่งในเวลานั้นล้วนเป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา เมื่อสมเด็จพระกษัตริย์ทรงล่วงรู้ก็ทรงมีความคิดที่จะตัดไฟเสียแต่แรกเริ่มลมไม่ให้อธิราชศัตรูพลิกฟื้นขึ้นมาเป็นปรปักษ์แผ่นดินอยุธยาได้อีก สมเด็จพระพระราชาก็เลยได้เสด็จยกกองทัพไปตีอังวะ คราวนั้น

ขณะที่ 1 : ตัวประกันหงสาวดี
ภาพยนตร์ประเด็นนี้พูดถึงวัยเด็กของสมเด็จพระพระราชา กำเนิดในปี 1555 เขาถูกนำตัวไปประเทศพม่าโดยเป็นตัวรับรองเด็ก ตรงนั้นเขาเคยชินกับการต่อสู้ด้วยกระบี่แล้วก็แปลงเป็นภัยรุกรามต่ออาณาจักรประเทศพม่า

ภาพยนตร์ประเด็นนี้เริ่มในปี คริสต์ศักราช 1564 ระหว่างการล้อมเมืองพิษณุโลกของเมียนมาร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรจังหวัดสุโขทัยที่ละเหี่ย บิดากษัตริย์มหาราช, ดูหนังพระนเรศวร สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชยอมรับความพ่ายแพ้แล้วก็ตามคำสั่งของประเทศพม่าว่าลูกชายสองคนของเขาพระราชา (ชื่อเล่นองอาจเขื่อนไทย : องค์ดำ พระราชโอรสดำ ) รวมทั้งสมเด็จพระเอกาทศรถยนต์ (พระราชโอรสสีขาว)

โดนจับเป็นตัวรับรองและก็ได้รับการอุปถัมภ์ในพะวัว (กึ่งกลางของ อาณาจักรหงสาวดี) ภายใต้การเฝ้าดูของบุเรงท่วมกษัตริย์เมียนมาร์ ที่ข้อตกลงว่าจะดูแลกษัตริย์เสมือนอย่างท่านเอง นี้จะสร้างความแตกแยกขัดแย้งระหว่างบิดาพระราชามหาราชรวมทั้งแม่ของเขาราชินีวิสุทธิกษัตริย์ , พี่ชายซึ่งเป็นกษัตริย์ของเพื่อนบ้านอาณาจักรอยุธยาอาทิเช่นพิษณุโลกในช่วงเวลานี้เป็นเมียนมาร์เมืองศักดินา อยุธยาตกไม่นานต่อจากนั้น

โดยทันทีภายหลังที่เข้ามาในวังเมียนมาร์กษัตริย์มองเห็นการบ้านการเมืองราชสำนักและก็การแข่งขันชิงชัยระหว่างตนเองรวมทั้ง Bayinnaung ม.จ.Mingyi Swa พระราชาถูกส่งไปเรียนรู้เป็นเณรโดยพระสงฆ์ชาวมอญชื่อคันต้องที่วัดนอกวัง ขณะเดินเตร่ในหมู่บ้านไทยชานเมืองเปกู

(มีคนประเทศไทยพลัดพรากจากถิ่นจากการรณรงค์แผ่อำนาจของบุเรงท่วม รวมทั้งถัดมาถูกบังคับให้ย้ายที่อยู่ฐานไปยังหงสาวดี) เขาได้ผูกไมตรีกับเด็กร่อนเร่ชาวมอญซึ่งถัดมาได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานเป็นลูกศิษย์วัดชื่อ บุนทิง (คราวหลังได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่ามอญ ท่านราชมนู) 6 7เขายังเป็นเพื่อนกับมณีจันทร์ สาววัดที่วัด พระคันควรซึ่งเคยฝึกฝนบุเรงท่วมด้วย ทรงสอนกษัตริย์ถึงความชำนาญการทำสงครามแล้วก็ศีลธรรม

ส่วนที่ II: การทวงคืนอำนาจอธิปไตย
บุเรงท่วมเสียชีวิตในตอนเริ่มของภาพยนตร์หัวข้อนี้ด้วยมูลเหตุทางธรรมชาติ ธรรมราชาข้าหลวงประจำจังหวัดกรุงศรีอยุธยามั่นใจว่าการไปไหว้กษัตริย์ที่สวรรคตด้วยความหวาดกลัวว่าพระนารายณ์ประเทศพม่าองค์ใหม่จะเห็นว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นรวมทั้งจู่โจมอยุธยา แต่ สมเด็จพระกษัตริย์ทรงได้รับการอุปการะในเปกู (อาณาจักรหงสาวดี) รวมทั้งทรงจัดว่าบุเรงท่วมเป็นพ่อผู้ที่สอง ทรงกล่อมธรรมราชาให้ปลดปล่อยท่านไปแทนท่าน

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...